GR พาเที่ยว… WAT ARUN by Supasit Srisawathsak

กล้อง RICOH GR III ในมือคุณโจ้ ศุภสิธ ศรีสวัสดิ์ศักดิ์ เคยพาเพื่อนๆเก็บภาพจากฝั่งตรงข้ามวัดอรุณฯมาแล้ว กลับมาครั้งนี้จะพาข้ามฝั่งไปชมความงามทางสถาปัตยกรรมไทยกันในแบบสไตล์กล้อง GR

หลายคนออกจากบ้านด้วยกล้องคอมแพคตัวเล็กเพียงตัวเดียว อาจรู้สึกตัวโล่งๆเบาๆ แต่ไม่ใช่กับคุณโจ้ ศุภสิธ ที่มักสะพายกระเป๋าใบเล็กแนบกับตัวอยู่เสมอ เพื่อความคล่องตัวในทุกอริยาบถไม่ว่าจะนั่ง หรือเดิน และด้วยความที่กล้องให้มุมมองของเลนส์ 28มม. จึงต้องขยันเดินขยับเข้า-ออก ในการหามิติที่เป็นตัวเอง หรือหาอะไรที่เหมาะกับสิ่งที่กำลังถือเป็นอาวุธอยู่ ณ ขณะนั้น หรือพยายามจินตนาการภาพที่อยู่ตรงหน้าให้ออกว่าจะเก็บภาพส่วนใด แค่ไหนดี…

การไปวัดอรุณฯสามารถเดินทางได้ทั้งทางบก และทางน้ำ ทั้งรถโดยสารส่วนตัว และรถโดยสารสาธารณะ สามารถเลือกได้ตามสะดวก หากเดินทางมาทางบกวัดมีที่จอดรถให้บริการ แต่ถ้ามาสายอาจจะจอดริมถนนแล้วเดินลัดเลาะเข้ามาก็ไม่ไกลนัก ระหว่างเดินก็จะเห็นพระปรางค์วัดอรุณที่มีชื่อเสียงจากระยะไกลเพราะในสมัยหนึ่ง..จุดนี้คือจุดที่สูงที่สุดในฝั่งธนบุรี

เส้นสายรายทาง ถูกนำมาใช้เป็นเส้นนำสายตา และฉากหน้าแสดงมิติระยะห่างและความสูงของสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าได้เป็นอย่างดีจากคมเลนส์ 28mm F/2.8 ที่ภาพส่วนใหญ่จะหมุนโหมดถ่ายภาพไปที่โหมด P

อ่ะ! อย่าเพิ่งแปลกใจว่าพิมพ์โหมดผิดหรือเปล่า?

โหมด P ถูกต้องแล้ว เพราะคุณโจ้ ศุภสิธ มีแนวคิดว่าเราเสียเงินซื้อกล้องมาในราคาก็มิใช่น้อย ก็ควรจะใช้เขาให้คุ้ม เอ๊ะ! คุ้มอย่างไร ก็ให้กล้องทำหน้าที่คำนวณให้กับเราเป็นหลัก เราเพียงทำหน้าที่กำหนดเฟรมแล้วดูค่าที่ได้ว่าพึงพอใจหรือยัง หากต้องการค่าใดเป็นพิเศษก็อาจจะหมุนเปลี่ยนไปที่โหมดนั้นโดยเฉพาะเพื่อควบคุมค่าตามที่ต้องการ เช่นต้องการระยะชัดลึก ก็หมุนไปเลือกใช้โหมด AV ควบคุมรูรับแสงเป็นหลัก

ซึ่งถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่าเกือบทุกภาพจะเป็นภาพแนวชัดลึก เพื่อสื่อสารเล่าเรื่องอย่างออกอรรถรสของสิ่งที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ หรือผู้คน ขอเพียงมีพระเอก “แสงแดด” มาช่วยสร้างแสงเงาเติมมิติให้แก่ภาพเท่านั้นเอง

การเที่ยวถ่ายภาพกับกล้อง GR มีเรื่องของความเป็นมิตรซ่อนอยู่ เนื่องด้วยกล้องมีขนาดเล็ก ดูไม่มีพิษสง เราจึงสามารถเข้าไปขอเก็บภาพได้แบบสบายใจ ยิ่งปิดเสียงชัตเตอร์ ปิดไฟโฟกัส ปิดไฟแสดงสถานะเปิดกล้อง เวลาเข้าไปถ่ายภาพเราก็เสมือนไร้ตัวตน ไม่ต้องมาตอบคำถามแผ่นเสียงตกร่อง “ถ่ายไปทำอะไรเหรอ” กลายเป็นเสียงถามขึ้นว่า “ถ่ายแล้วเหรอ”

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่จะทำให้คุณดื่มด่ำกับสถาปัตยกรรมไทย และธรรมชาติที่ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยๆคิด ค่อยๆหาจังหวะที่เหมาะสม แต่ต้องฉับไว รวดเร็วในการบันทึกภาพให้ทันในเสี้ยววินาที…GR