GR พาเที่ยว(ทิพย์) : EP.2 สามจังหวัดชายแดนภาคใต้…มุมงดงามกับตาเอก

มาต่อกันที่ EP.2 ภาพจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของคุณเอกรินทร์ เอกอัจฉริยะวงศ์ หรือตาเอกที่จะมาจุดประกายในเรื่องแนวคิดของการถ่ายภาพกัน…ครั้งที่แล้วเดินทางไปจังหวัดปัตตานี ครั้งนี้ไปต่อกันที่เมืองยะลากันเลย

เขื่อนบางลาง

หรือเขื่อนปัตตานี ตั้งอยู่ ณ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำแห่งแรกของภาคใต้ สร้างกั้นแม่น้ำตาปีที่บ้านบางลาง ตัวเขื่อนเป็นแบบหินทิ้งแกนดินเหนียว สูง 85 เมตร สันเขื่อนยาว 430 เมตร มีความสามารถกักเก็บน้ำได้ 1,420 ลูกบาศก์เมตร อยู่ในการดูแลของการไฟฟ้าแห่งประเทศไทย ในแต่ละปีจะผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 72,000 กิโลวัตต์ มีเรือให้นั่งชมธรรมชาติในเขื่อนด้วยซึ่งมุมนี้ตาเอกกดชัตเตอร์ในจังหวะมองเห็นเรือกำลังแล่นเข้ามาด้วยการต่ออะแด๊พเตอร์ GW-4 +GA-1 เข้ากับGR III เพื่อให้ได้มุมกว้างถึง 21 มม.

กุนุงซิลิปัต

หรือฆูนุงสีรีปัต แต่ชาวบ้านมักเรียกว่า ภูเขาหินกิโลเมตรที่ 21 เป็นจุดชมทะเลหมอกแบบ 360 องศา ณ ตำบล อัยเยอร์เวง อำเภอ เบตง หากอยากชมทัศนียภาพสวยๆเช่นนี้คุณจะต้องเดินขึ้นเขาไปเป็นระยะทางอีก 3 กิโลเมตรใช้เวลาประมาณ 40-50 นาที ซึ่งจังหวะที่ตาเอกขึ้นไปได้เห็นคนกำลังชูธงชาติอยู่จึงยกกล้องGRIII กดในทันที และก็ไม่ผิดหวังกับภาพที่ได้มาในจังหวะฉับพลันเช่นนี้ เพื่อนๆสามารถมาชมได้ทั้งปี09

Street Art

ศิลปะบนกำแพงแบบสตรีท อาร์ท ที่เบตงมีความโด่งดังไม่แพ้ที่ไหนในปรเทศทีเดียว ไม่ว่าจะตามกำแพงบ้าน ร้านค้า ตามตรอก ซอก ซอย เราสามารถพบได้ทั่วไป ในปี พ.ศ. 2546 มีภาพยนตร์เรื่องโอเคเบตง ที่ทำให้คนทั้งประเทศรู้จักแพร่หลาย

สนามกีฬากลางหุบเขา

เป็นสนามที่มีลักษณะคล้ายสนามเมอร์ดิกาของกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย มีพื้นที่ขนาดกว้างมากเนื้อที่ประมาณ 120 ไร่ ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาล้อมรอบด้วยธรรมชาติ ให้บรรยากาศร่มรื่นสดชื่นเป็นธรรมชาติสุด ๆ และเป็นสนามกีฬาที่ตั้งอยู่ในระดับความสูงที่สุดในประเทศไทย ใครมาถึงเบตงต้องแวะมา…ตาเอกโชคดีมากเพราะในวันที่ไปกำลังมีการแข่งขันฟุตบอลจึงทำให้สนามดูมีชีวิตชีวา

วัดพุทธาธิวาส

ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาค่อนไปทางทิศเหนือ ถนนรัตนกิจ มีลักษณะเจดีย์ก่อสร้างแบบ ศรีวิชัยประยุกต์ สีทองอร่าม สูง 39.9 เมตร บรรจุพระบรมสารีริกธาตุสร้างขึ้นเมื่อคราวเฉลิมฉลองถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถในวโรกาสพระชนมายุครบ 60 พรรษา นอกจากนั้นยังมีพระพุทธธรรมกายมงคลประยุรเกศานนท์สุพพิธาน พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อย่าพลาดไปกราบไหว้เป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ก่อนกลับพี่เอกก็ใช้พุ่มไม้เป็นฉากหน้าเพื่อถ่ายภาพเจดีย์สีทองอร่ามเป็นที่ระลึก

มัสยิดกลางเบตง

ถือเป็นศูนย์รวมใจของพี่น้องชาวมุสลิมที่เบตง ในสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก จนในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้อนุมัติงบประมาณเพื่อบูรณะก่อสร้างมัสยิดจนเสร็จสมบูรณ์ โดยมีท่านฮัจยีฮามะ ดาเด๊ะ ประสานงานขอการสนับสนุนในครั้งนั้น

หอนาฬิกา

เป็นสิ่งก่อสร้างคู่เมืองเบตง โดยสร้างด้วยหินอ่อนจากจังหวัดยะลา เสน่ห์ที่คู่หอนาฬิกา คือ นกนางแอ่นนับพันตัวที่มาเกาะสายไฟบริเวณหอนาฬิกา ซึ่งจะมีจำนวนมากช่วงเดือนกันยายน ถึงเดือนมีนาคม เพราะนกนางแอ่นเหล่านี้จะบินหนีความหนาวเย็นมาจากไซบีเรีย เพื่อมาอิงแอบพักอาศัยที่เมืองเบตงแห่งนี้ แสงไฟยามค่ำคืนก็สวยงามไม่ใช่น้อย ในภาพตาเอกใช้กล้องGR III ร่วมกับขาตั้งกล้องเพื่อให้เห็นเส้นไฟที่ประดับและเส้นไฟจากรถที่แล่นผ่านบนถนน ก่อนกดชัตเตอร์อย่าลืมปิดระบบป้องกันความสั่นไหวด้วยนะ…เพราะกล้องเรานิ่งอยู่แล้ว

อุโมงค์มงคลฤทธิ์

อุโมงค์นี้ถือเป็นอุโมงค์รถยนต์ลอดภูเขาแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่ ณ บริเวณถนนอมรฤทธิ์ ก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความยาวตลอดอุโมงค์ ประมาณ 273 เมตร กว้าง 9 เมตร สูง 7 เมตร ผิวจราจรคู่ กว้าง 7เมตร ทางเท้าเดินกว้างข้างละ 1 เมตร ความเร็วรถที่สามารถวิ่งได้ คือ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2544 ด้านใน และด้านนอกมีประดับไฟอย่างงดงามตาเอกก็อดใจไม่ได้เก็บภาพมาฝากอีกเช่นเคย ตอนถ่ายภาพก็ใช้ขาตั้งตัวเล็กๆเป็นผู้ช่วย

สกายวอร์คอัยเยอร์เวง

เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเบตง นับเป็นจุดชมทะเลหมอกตอนพระอาทิตย์ขึ้นที่มีความงดงามอย่างมาก ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,038 ฟุตจากระดับน้ำทะเล ใช้งบประมาณการก่อสร้างกว่า 90 ล้านบาท เป็นอาคารโครงสร้างเหล็ก มีความสูง 45 เมตร มีบันไดให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปชมวิว และลิฟต์ให้บริการสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ ไฮไลท์สำคัญ คือ ระเบียงทางเดินที่ยื่นออกไปจากฐานมีความยาวรวม 63 เมตรส่วนปลายเป็นระเบียงชมวิวพื้นกระจกใสที่สามารถมองทะลุลงไปได้ถึงพื้นเบื้องล่าง ซึ่งสร้างเสน่ห์สีสัน และความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยวตาเอกมีโอกาสไปบันทึกภาพเก็บไว้ตอน 06.30 น.ในช่วงที่หมอกกำลังกระทบแสงอาทิตย์สวยงาม

บ่อน้ำร้อน

อยู่ในหมู่บ้าน จะเราะปะไร ตำบล ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติขนาดใหญ่ มีขนาดพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ โดยจะมีน้ำร้อนผุดขึ้นมาจากใต้ดิน ที่ประกอบด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย น้ำมีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 80 องศาเซลเซียส เชื่อกันว่าน้ำแร่แห่งนี้ สามารถบรรเทารักษาโรคภัยต่างๆ ได้เป็นอย่างดี อาทิ โรคปวดเมื่อย โรคเหน็บชา โรคผิวหนัง

อุโมงค์ปิยะมิตร

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2519 ในอดีตใช้หลบการโจมตีทางอากาศและสะสมเสบียงของขบวนการโจรคอมมิวนิสต์มลายา(จคม.) เพื่อต่อสู้ทางการเมือง ตอนที่สร้างใช้กำลังคน 40 – 50 คน ขุดเข้าไปในภูเขา และใช้เวลาเพียง 3 เดือน ก็แล้วเสร็จ อุโมงค์มีความกว้าง 50-60 ฟุต ยาวประมาณ 1 กิโลเมตร สามารถจุคนได้เกือบ 200 คน มีทางเข้าออกทั้งหมด 9 ทาง เชื่อมต่อถึงกันหมด ปัจจุบันเหลือเพียง 6 ทาง ภายในอุโมงค์จะแคบมากจึงต้องปรับค่าความไวแสงให้สูงขึ้น แทนการใช้ขาตั้งกล้อง เพื่อให้ภาพเกิดความคมชัด เดินมาออกทางอุโมงค์ที่ 1 จะพบกับต้นไม่พันปี(ต้นไทรยักษ์) ด้วยความใหญ่โตจึงต้องใช้เลนส์ 21mm(GW-4) ถ่ายภาพในมุมเสยกล้องขึ้นเพื่อให้รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ อลังการของลำต้น เทียบขนาดสัดส่วนกับคนที่มาท่องเที่ยวจะเห็นชัดเจนเลยว่ามันใหญ่โตมโหฬารจริงๆ

ไก่เบตง

เป็นไก่พันธุ์เนื้อพื้นเมือง ที่นำพันธุ์มาจากมณฑลกวางไส ประเทศจีน เมื่อครั้งอดีตที่ชาวจีนได้อพยพมาปักหลักถิ่นฐานที่ อ.เบตง และได้นำไก่พันธุ์นี้มาเลี้ยงจนเป็นที่รู้จักแพร่หลายมาถึงปัจจุบัน ไก่เบตงถือว่าเป็นไก่ที่สร้างชื่อเสียงให้กับอำเภอเบตง จนเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเบตงที่ใครไปใครมาเป็นต้องมาแวะลิ้มลองความอร่อยมีจุดเด่นในเรื่อง หนังกรอบ เนื้อนุ่ม ติดอันดับไก่เนื้อที่มีราคาแพง ตกตัวละ 1,200 บาททีเดียว ตาเอกก็ไม่พลาดลิ้มลองรสชาติหลังจากเดินทางถ่ายภาพมาจนเหนื่อย

%d bloggers like this: